MyRoom

ทริปเช้าไปเย็นกลับที่โรงเรียนพาไปเที่ยวค่ะ ขอบอกว่าทริปนี้แอบเคืองเล็กๆ ก็รุ่นพี่เมื่อปีที่แล้ว ก่อนจบปีการศึกษาทางโรงเรียนพาไปเที่ยวเบปปุแบบสองวันหนึ่งคืน ค้างเรียวกังที่มีออนเซ็นด้วย แต่พอมารุ่นเราได้ไปแค่นางาซากิ แถมไม่ค้างอีกแน่ะ ชิส์ Innocent
 
แต่ก็เอาเถอะ เค้าพาไปฟรี ไปก็ไปค่ะ
 
ตั้งต้นที่สถานีฮากาตะเช่นเคย คราวนี้เราจะนั่งรถด่วนคาโมเมะไป หน้าตาเป็นแบบนี้
 
ภายในรถมีตู้ขายน้ำและขนมเล็กๆน้อยๆ
 
ที่นั่งไม่กว้างมากแต่ก็นั่งสบายๆค่ะ สามารถหมุนที่นั่งให้หันหน้ามาหากันได้สำหรับคนที่มาเป็นกลุ่มสี่คนได้ด้วย แต่ขอบอกว่าถ้าหมุนเก้าอี้มาแล้ว ถ้าคนขายาวหน่อยนี่นั่งแล้วเข่าจะชนกันนะคะ
 
ระหว่างทาง
 
สถานีนางาซากิ
 
พื้นทางเดินมีรูปสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เป็นการบอกทางคร่าวๆไปด้วยในตัว
 
ในเมืองมียังรถรางวิ่งเหมือนที่คุมาโมโตะ
 
 
เราไปถึงกันตอน 11 โมงกว่า เลยมีเวลาเดินเที่ยวในเมืองนิดหน่อย ก่อนจะไปกินข้าวกลางวันร้านที่อาจารย์จองไว้
 
ร้านนี้ขายอาหารจากเนื้อปลาวาฬ
 
วัดเจ้าแม่กวนอิม
 
 
โบสถ์ที่อยู่ใกล้ๆ หน้าตาเหมือนลูกศิษย์เกาดี้(สถาปนิกสเปน)มาออกแบบเอาไว้
 
ฟ้าไม่เป็นใจเลย เมฆหนาทั้งวัน ถ่ายรูปมาแล้วได้อารมณ์หนังสยองขวัญดีพิลึก
 
เดินเล่นถ่ายรูปได้สักพักก็ได้เวลากินข้าว อาจารย์จองร้านนี้ไว้ให้
 
หน้าทางเข้าร้าน
 
ในร้านตกแต่งแบบญี่ปุ่น สวยเรียบๆไม่หวือหวา
 
 
ทางเดินและสวนจิ๋วๆหน้าห้องน้ำ
 
 
อาหารที่จองเป็นอาหารนางาซากิ คือผสมผสานระหว่างอาหารญี่ปุ่น จีน และตะวันตก เพราะนางาซากิเป็นเมืองท่าแห่งเดียวที่ค้าขายกับต่างชาติในยุคที่ญี่ปุ่นปิดประเทศ
 
อุปกรณ์การกิน เหล้าก่อนอาหารและออร์เดิร์ฟ (รสออกหวานๆทุกจานเลย)
 
ไข่หวานย่างกับเจลลี่สตรอเบอรี่ (ไหงมาด้วยกันได้ละเนี่ย???)
 
ปลาลวก เนื้อปลาหนึบนิดๆ อร่อยๆ
 
ซุป
 
หมูตุ๋นและปลาดิบ ถ่ายไม่ทัน จ้วงไปกันเกือบครึ่งแล้ว
 
ผักดอง เอาไว้กินกับข้าวตอนท้ายสุด (จริงๆมีอาหารมากกว่านี้ แต่จะถ่ายทุกจานก็เกรงใจเพื่อนร่วมโต๊ะ เลยได้มาแค่นี้ แหะๆ)
 
สังเกตว่าการจัดเซ็ตคล้ายอาหารจีน คือมีออร์เดิร์ฟออกมาก่อน แล้วก็ทยอยเสิร์ฟอาหารทีละอย่าง แล้วปิดท้ายด้วยข้าว แล้วมีผลไม้กับของหวานตบท้าย ซึ่งสองอย่างหลังนี่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะมัวแต่กิน ฮ่าๆ
 
กินเสร็จแล้วก็ได้เวลาเดินเที่ยวกันต่อที่สวนโกลเวอร์ สวนนี้ตั้งชื่อตามพ่อค้าชาวสก็อตแลนด์ที่มาทำกิจการค้าขายในนางาซากิจนร่ำรวยและมีบทบาทในการพัฒนาเปลี่ยนแปลงนางาซากิในหลายๆด้าน สวนโกลเวอร์ตั้งอยู่บนเนินเขา พวกเราขึ้นลิฟท์กันไปเพราะทางขึ้นเนินชันเอาเรื่องอยู่
 
ออกจากลิฟท์ไปเจอแมว นอนอาบแดด(ที่ไม่ค่อยจะมี)กันสี่ห้าตัว ซึ่งค่อนข้างแปลกเพราะปกติจะไม่ค่อยเห็นแมวออกมาอยู่นอกบ้านแบบนี้กันเท่าไหร่ อย่างมากก็นอนเล่นบนกำแพงบ้านแค่นั้น
 
วิวนางาซากิจากมุมสูง มองอะไรไม่ค่อยชัดเพราะเมฆครึ้มจนบรรยากาศมัวๆไปหมด
 
เดินต่อไปที่สวนโกลเวอร์กันดีกว่า เข้าไปปุ๊บก็เจอปลาบ่อคาร์ฟ มีปลาเยอะมาก จริงๆก็สวยดีอยู่ แต่บางตัวก็ใหญ่มากซะจนน่ากลัวไปเลยFoot in mouth
 
ในสวนโกลเวอร์นี้มีบ้านหลายหลัง บ้านไม้สไตล์แบบนี้ก็เป็นรูปแบบเดียวกับที่เราคุ้นๆตากันของสถาปัตยกรรมยุครัชกาลที่5-6 นั่นเองค่ะ
 
เสื้อผ้าของใช้และมีเฟอร์นิเจอร์บางส่วนจัดแสดงให้ชม
 
ในสวนโกลเวอร์จะมีบ้านโกลเวอร์ บ้านริงเกอร์ บ้านวอล์กเกอร์ และบ้านอัลท์ ทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติที่มีบทบาทในการพัฒนาญี่ปุ่นยุคนั้น แต่ในสายตาเรา เราว่าตัวบ้านทั้งหมดนั้น "สวยแต่โทรม" เหมือนดูแลรักษาไม่ค่อยดีนัก เลยดูไม่น่าเที่ยวยังไงไม่รู้ ทริปนี้เลยถ่ายแต่สวนมาซะเยอะ แทบไม่ค่อยมีรูปอาคารเท่าไหร่
 
บ้านโกลเวอร์ค่ะ
 
สวนซากุระ นี่ถ้ามาช่วงปลายเดือนมีนาต่อต้นเมษา ที่ตรงนี้คงน่านั่งจิบชาชมวิวมากๆ แต่เราไปกันตอนต้นเดือนมีนา ซากุระยังไม่บาน แถมอากาศก็หนาวยะเยือก เลยได้บรรยากาศเงียบๆเหงาๆแบบนี้มาแทน
 
รูปปั้นของมิอุระ ทามากิ ที่มาของนิยายโจโจ้ซังหรือมาดามบัตเตอร์ฟลาย
 
ดอกไม้รายทาง

 
บ้านริงเกอร์(หรือเปล่า? ไม่แน่ใจ)
 
ภายในบ้าน
 
อีกมุมของสวน
 
หินรูปหัวใจ เค้าว่าถ้าใครหาเจอจะโชคดีเรื่องความรัก
 
ตอนแรกขี้เกียจจะพยายามหาเพราะทางเดินในสวนปูด้วยหินทั้งหมดเลยคิดว่าคงหายาก ที่ไหนได้ เดินๆไปเห็นต้นไม้ต้นนึงมีกระดาษรูปหัวใจใบเล็กๆผูกเอาไว้เต็ม (ประมาณว่าเขียนขอพรเรื่องความรัก) หินที่ว่าก็อยู่หน้าต้นไม้นั่นแหละ แล้วยังงี้จะโชคดีเรื่องความรักมั้ยเนี่ย ไม่ได้หาเจอด้วยความสามารถของตัวเองเล้ยEmbarassed
 
อดีตบ้านพักของลูกเรือของบริษัทมิตซูบิชินางาซากิ
 
ภายในจัดแสดงโมเดลเรือสำเภาของชาติต่างๆที่เข้ามาค้าขายกับญี่ปุ่นในยุคนั้น
 
ก่อนออกจากสวนมีร้านขายของที่ระลึกตั้งสกัดนักท่องเที่ยวไว้หนึ่งด่าน แต่ร้านไม่ใหญ่มาก เราเดินวนรอบนึงก็ไม่ได้ซื้ออะไรนอกจากขนมมาฝากอาจารย์ที่ไม่ได้มาด้วยกล่องนึงแค่นั้น
 
ออกมาจากสวนโกลเวอร์ก็จะเจอร้านขายของที่ระลึกอีกหลายร้าน
 
โบสถ์โออุระ เป็นโบสถ์แบบโกธิคแต่ตัดทอนรายละเอียดลงบางส่วน แต่ยังดูสวยสง่ามากๆ
 
รูปปั้นพระแม่มารีที่หน้าโบสถ์
 
แม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาค่อนข้างเยอะ แต่ภายในโบสถ์ก็ยังสวยและสงบ  สเตนกลาสและการตกแต่งภายในสวยมาก แต่เค้าไม่ให้ถ่ายรูป เลยไม่มีรูปมาอวดเลย
 
ออกจากโบสถ์มาก็ใกล้จได้เวลากลับฟุกุโอกะ พวกเราแวะซื้อของฝากแถวนั้นอีกนิดหน่อย
 
แล้วขึ้นคาโมเมะกลับฟุกุโอกะ ขบวนนี้
 
(ชื่อเหมือนกัน แต่ไหงหน้าตาคนละเรื่องกับขบวนที่มาเลยละเนี่ย???)
 
เป็นอันจบไปอีกหนึ่งทริปแบบมึนๆงงๆ เพราะเดินเป็นทัวร์ลูกเป็ดตามๆกันไป จริงๆที่เที่ยวที่น่าสนใจในนางาซากิยังมีอีกเยอะ อย่างสวนสันติภาพหรือพิพิธภัณฑ์ปรมาณู แต่เพราะเรามีเวลาแค่นี้เลยอดไป ถ้าใครมาเที่ยวแถบคิวชู ลองมาเที่ยวดูค่ะ เมืองเก่าแก่มีประวัติศาสตร์มากมายแบบนี้แนะนำค่า Embarassed